call center : 02-756-0335
hotline : 086-3167436

ครั้งหนึ่ง นครพนมคือจังหวัดที่ครองแชมป์ระยะทางไกลจากกรุงเทพฯมากที่สุดในภาคอีสาน ด้วยระยะทาง 740 กิโลเมตร (ปัจจุบันเสียแชมป์ไปให้กับจังหวัดบึงกาฬไปแบบเฉือนกันหวุดหวิดเพียงแค่ 11 กิโลเมตรเท่านั้น) แต่นั่นคงไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้วิถีชีวิตของคนที่นี่ค่อนข้างสงบและเรียบง่าย ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเพราะความพอใจและมีความสุขกับสิ่งที่เป็นอยู่มากกว่าที่ทำให้จังหวะชีวิตของที่นี่เปี่ยมไปด้วยความสุขสงบจนผู้มาเยือนสัมผัสได้
5 วัด บนถนนสุนทรวิจิตร

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนจังหวัดนครพนม ถนนสุนทรวิจิตรที่เลาะเลียบริมโขงในเขตเทศบาลเมืองนครพนมเป็นเส้นทางที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง นอกจากบรรยากาศร่มรื่นริมเขื่อนและวิวแม่น้ำพร้อมทิวเขาฝั่งลาวซับซ้อนที่สวยสุดใจแล้ว ถนนสายนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานที่ที่น่าไปเยี่ยมเยียนอีกหลายแห่ง รวมถึง “ห้าวัด หนึ่งโบสถ์” อันหมายถึง วัดในศาสนาพุทธ 5 แห่ง และโบสถ์ในศาสนาคริสต์อีก 1 แห่ง ที่ฉันเลือกจัดเข้าไว้ในโปรแกรมเยี่ยมชมเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยในการเยือนเมืองงามริมโขงแห่งนี้ด้วย
เริ่มต้นที่วัดพระอินทร์แปลง ซึ่งเรียกตามพระประธานคือ “หลวงพ่อพระอินทร์แปลง” พระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามและเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองนครพนมมานานนับพันปี แถมยังมีประวัติที่น่าทึ่งที่เล่ากันว่าตอนที่หล่อพระพุทธรูปองค์นี้ ทำอย่างไรก็ไม่สามารถหล่อส่วนเศียรพระได้ จนพระอินทร์ต้องแปลงพระองค์ลงมาช่วยสร้าง จึงได้พระพุทธรูปที่มีพระพักตร์ประณีตงดงามราวเทพเนรมิต จะงดงามขนาดไหนนั้นต้องลองมาพิสูจน์ด้วยตัวเองค่ะ

วัดที่ 2 คือ วัดมหาธาตุ ที่มี “พระธาตุนคร” ปูชนียสถานเก่าแก่ที่บรรจุพระอรหันต์ธาตุ และเป็นพระธาตุประจำวันเกิดสำหรับผู้เกิดวันเสาร์ด้วย (ที่นครพนมจะมีพระธาตุประจำวันเกิดครบทั้งเจ็ดวัน พระธาตุนครเป็นแห่งเดียวที่อยู่ในอำเภอเมือง)

วัดที่ 3 คือถัดมาคือ วัดกลาง ที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อองค์ตื้อ” พระพุทธรูปปูนปั้นศิลปะล้านช้างหรือศรีโคตรบูร ที่มีความเชื่อว่าหากผู้ใดได้มากราบนมัสการพระองค์ตื้อและบักบาตรที่วัดกลางแล้ว ชีวิตจะได้พบแต่ความเที่ยงธรรมเป็นกลางในทุกๆ เรื่อง

ออกจากวัดกลาง ถนนสุนวิจิตรยังคงพาเราเลียบริมโขงต่อมา ยังวัดที่น่าสนใจอีกแห่ง นั่นคือ “วัดโพธิ์ศรี” ความสำคัญของวัดนี้คือ เป็นที่ประดิษฐาน “พระทอง” พระพุทธรูปรองสำริดปางมารวิชัย ศิลปะล้านช้าง ทุกปีในวันเพ็ญเดือน 6 หรือวันวิสาขบูชาจะมีประเพณีสรงน้ำ “พระทองและพระเทียม” อันเป็นพระพุทธรูปคู่กัน ฉันก็แปลกใจเพราะคุ้นเคยว่าการสรงน้ำพระพุทธรูปมักจะทำกันในวันสงกรานต์ แต่ที่นี่พิเศษค่ะ ว่ากันว่าในอดีตพิธีสรงน้ำพระทองก็เคยทำกันในวันสงกรานต์นั่นแหล่ะ แต่มักจะเกิดพายุและฝนตกหนักทุกครั้ง จึงได้เปลี่ยนมาสรงน้ำในวันเพ็ญเดือน 6 แทน

สำหรับวัดที่ 5 ซึ่งเป็นวัดสุดท้ายตามโปรแกรม คือ วัดโอกาส วัดนี้อยู่ติดกับ ตลาดอินโดจีน แหล่งซื้อขายของฝากและสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านยอดนิยม วัดโอกาส หรือชื่อเต็ม วัดโอกาสศรีบัวบาน วัดนี้ไม่เพียงเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองนครพนม แต่ยังมีความสำคัญเพราะเป็นที่ประดิษฐาน “พระติ้ว – พระเทียม” พระพุทธรูปคู่แฝดบางมารวิชัยที่มีตำนานเก่าแก่ ตั้งแต่ครั้งอาณาจักรศรีโคตรบูรโบราณ โดยองค์พระติ้วนั้นสลักจากไม้ติ้วด้วยทองคำ ส่วนพระเทียมนั้นสลักจากไม้เช่นกันแต่ไม่ได้บุทอง หากแต่ลงรักปิดทองคำเปลวแทน

ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์แอฟริกา
ทัวร์ญี่ปุ่นพรีเมี่ยม
ทัวร์ยุโรปพรีเมี่ยม
ทัวร์ตะวันออกกลาง
ทัวร์จีน
ทัวร์อเมริกา
ทัวร์รัสเซีย
ทัวร์เอเชีย
ทัวร์โอเชียเนีย
ทัวร์เรือสำราญ



















ทัวร์เอเชีย
ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์จีน
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ฮ่องกง
ทัวร์มาเก๊า
ทัวร์ไต้หวัน
ทัวร์พม่า
ทัวร์เวียดนาม
ทัวร์ลาว
ทัวร์สิงคโปร์
ทัวร์มาเลเซีย
ทัวร์บรูไน
ทัวร์เขมร
ทัวร์ฟิลิปปินส์
ทัวร์บาหลี
ทัวร์อินเดีย
ทัวร์เนปาล
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์ทิเบต
ทัวร์ปากีสถาน
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์สแกนดิเนเวีย
ทัวร์โครเอเชีย
ทัวร์เนเธอร์แลนด์
ทัวร์อังกฤษ
ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์
ทัวร์อเมริกา
ทัวร์แคนาดา
ทัวร์เม็กซิโก
ทัวร์บราซิล
ทัวร์โอเชียเนีย
ทัวร์ออสเตรเลีย
ทัวร์นิวซีแลนด์
ทัวร์แอฟริกา
ทัวร์เคนย่า
ทัวร์ตะวันออกกลาง
ทัวร์ตุรกี
ทัวร์ดูไบ
ทัวร์จอร์แดน
ทัวร์อียิปต์
ทัวร์โมรอคโค
ทัวร์ตะวันออกกลางอื่นๆ
ทัวร์รัสเซีย
ทัวร์จอร์เจีย
ทัวร์อุซเบกิสถาน
โปรแกรมที่ร่วมรายการบัตรเครดิต

