call center : 02-756-0335
hotline : 086-3167436
สัมพันธภาพระหว่างราชวงศ์จักรีกับราชวงศ์โรมานอฟ

ความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์จักรีของประเทศ และราชวงศ์โรมานอฟของรัสเซียมีมายาวนานกว่า 110 ปี ซึ่งความสัมพันธ์นี้นำมาซึ่งความอยู่รอดของประเทศไทยในยุคการล่าอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส โดยในอดีตมีการเดินทางไปมาหาสู่กันในระดับพระราชวงศ์ทั้ง 2 ฝ่า เสมือนดั่งพระญาติสนิท
“สยาม” เริ่มเป็นที่รู้จักของชาวรัสเซียเมื่อนักเดินทางรอบโลก นายอังตอน ฟรังซัวส์ เปรวอสต์ได้ทำการสำรวจมาถึงดินแดนของเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ และบันทึกความประทับใจจากการเดินทางเป็นเรื่องเล่าถึงเหตุการณ์ที่พบเห็นความแตกต่างของประเพณีท้องถิ่น ขนบธรรมเนียม ศานา ศิลปะ การค้าพาณิชย์ และงานฝีมือ รวมทั้งยังมีแผนที่ประกอบตำแหน่งที่ตั้งของประเทศ โดยเรียกว่า “ดินแดนแห่งความลี้ลับมหัศจรรย์”
ปี ค.ศ. 1790 (พ.ศ. 2333) นายนิโคลัส โนวิตอฟ นักเขียนและเจ้าของสำนักพิมพ์ในรัสเชีย ได้จัดพิมพ์ข้อความเกี่ยวกับดินแดนแห่งความลี้ลับเผยแพร่ในประเทศรัสเซีย เป็นที่สนใจโดยทั่วไปว่าดินแดนนี้มีอยู่จริงหรือไม่

วันที่ 19 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1863 (พ.ศ. 2406) รัสเซียทำการสำรวจทางทะเลด้วยเรือสำรวจ 2 ลำคือ เรือไกด้าม้าก และเรือลาดตระเวนโนวิก ภายใต้การบัญชาการณ์ของพลเรือโท อเล็กซี่ เปสซูรอฟ โดยให้ความสนใจดินแดนลี้ลับแห่งนี้ เรือสำรวจแล่นมาถึงบริเวณปากอ่าวแม่น้ำพระเจ้า และทำเรื่องขอเข้าเฝ้าพระประมุขของแผ่นดิน ซึ่งเป็นรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงพระราชทาน อนุญาตให้เข้าเฝ้าได้อย่างใกล้ชิด นำมาซึ่งความประทับใจแก่เหล่าผู้มาเยือนในครั้งนั้น ทั้งยังได้พบเห็นชาวสยามว่เป็นคนขยันขันแข็ง จิตใจโอบอ้อมอารี และมีน้ำใจแก่ชาวต่างชาติ
การพบกันครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นสายสัมพัน์ของทั้งสองประเทศ ต่อมาประเทศสยามมีการผลัดแผ่นดินเป็นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทางประเทศรัสเซียส่งตัวแทนเป็นคณะนายทหารเรือมาแสดงความยินดีในปี ค.ศ. 1873 (พ.ศ. 2416) และครั้งงานเฉลิมฉลองกรุงเทพฯ ครบ 100 ปี ในปีค.ศ. 1882 (พ.ศ. 2425) ทางรัสเซียก็ส่งตัวแทนมาคือพลเรือตรีอัสลันเบกอฟ ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ส่วนด้านความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจยังไม่มีการเซ็นสัญญาการค้าระหว่างกัน เพราะรัสเซียสนใจค้าขายกับคาบสมุทรบอลข่านมากกว่า
ปี ค.ศ. 1891 (พ.ศ. 2434) ในรัชสมัยการปกครองของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 3 มีการขยายเส้นทางการคมนาคม มาทางตะวันออกของประเทศด้วยเส้นทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียนซึ่งที่ยาวที่สุดในนโลก เชื่อมระหว่างยุโรปกับเอเชียในครั้งนั้น แกรนด์ดยุกนิโคลัส หรือมกุฎราชกุมารนิโคลัสเป็นประธานวางศิลาฤกษ์ที่เมืองลาดิวอสต๊อก ดินแดนทางตะวันออกสุดของรัสเซีย โดยเสด็จมากับเรือรบหลวงปาเมียต อโชวาเส้นทางการเดินของเรือในครั้งนั้นคือผ่านทะเลดำ อียิปต์ อินเดีย และสิงคโปร์ แล้วนำสู่เมืองวลาดิวอสต๊อก
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าอยู่หัวอยู่หัวทราบทราบเรื่องการเสด็จมาของมกุฎราชกุมารรัสเซีย เห็นเป็นโอกาสที่ดีจึงทูลเชิญเสด็จมาเยือนสยาม และมกุฎราชกุมารก็รับคำเชิญโดยทรงเสด็จฯ มาระหว่างวันที่ 20-24 มีนาคม ค.ศ. 1891 มีพิธีการต้อนรับอย่างสมเกียรติ โดย 3 วันแรก ประทับอยู่ในพระนคร ที่พระราชวังสราญรมย์ มีพืธีพระราชทาน “สายสะพายจักรี” เป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของมหาจักรบรมราชวงศ์ชั้นสูงสุดของไทย ส่วนอีก 2 วันหลัง ประทับอยู่ที่พระราชวังบางปะอิน จังหวัดอยุธยา มีขบวนเสด็จทางชลมารคที่ยิ่งใหญ่ มีผู้ติดตาม 3,000-4,000 คน มีกรจัดพิธีต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการคล้องช้าง ซึ่งถือว่าเป็นครั้งสุดท้ายของรัตนโกสินทร์ โดยมีช้างป่าเข้าร่วมถึง 300 ตัว มีการฉายพระรูปที่พระที่นั่งเวหาสจำรูญ เพื่อเป็นที่ระลึก จากนั้นมกุฎราชกุมารนิโคลัสจึงเสด็จกลับรัสเซีย
ปี ค.ศ. 1893 (พ.ศ. 2436) เป็นช่วงที่สยามเสียดินแดนให้แก่ฝรั่งเศส เกิดวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้อยู่หัวทรงเสียพระทัยเป็นอย่างมาก ทรงคิดหาทางแก้ไขป้องกันโดยคำนึงถึงกลยุทธ์ทางการทูตเพื่อเป็นทางอยู่รอดของประเทศ พยายามผูกมิตรกับประเทศมหาอำนาจโดยการเยือนเสด็จเยือนยุโรป และทรงนึกถึงรัสเซีย ซึ่งเวลานั้นมงกุฏราชกุมารก็ได้เถลิงถวัลย์ราชย์เป็นพระเจ้านิโคลัสที่ 2 พระเจ้าแผ่นดินแล้ว การเสด็จประพาสยุโรปมีหมายกำหนดการ 9 เดือน เริ่มขึ้นในวันที่ 7 เมษายน ค.ศ. 1897 (พ.ศ. 2440) โดยเรือพระรที่นั่งมหาจักรีออกจากปากน้ำสมุทรปราการ ผ่านมหาสมุทรอินเดียสู่ยุโรป โดยชึ้นบกที่เมืองเวนิช ประเทศอิตาลี ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม และเข้าประเทศรัสเซียในวันที่ 1 กรกฏาคม
พระเจ้านิโคลัสที่ 2 ทรงเสด็จมารับด้วยพระองค์เองเข้าสู่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก พร้อมจัดพิธีการต้อนรับอย่างอบอุ่น มีการพระราชทานเครื่องราชอิสรายาภรณ์เซนต์แอนดรูว์ ชั้นสูงสุดของรัสเซียให้กับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 11 วันที่ทรงประทับอยู่ในรัสเซีย ถือเป็นการเริ่มสถาปนาความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับรัสเซียอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 3 กรกฏาคม ค.ศ. 1897 (พ.ศ. 2440) ทรงเสด็จฯ ไปประทับที่พระราชวังฤดูร้อนในเมืองปีเตอร์ฮอฟ และเยือนกรุงมอสโคว์ เยี่ยมชมพระรชวังเครมลินและห้างฟาแบรเซ่ ซึ่งเป็นร้านเครื่องทองและอัญมณีประจำราชสำนักหลวง ก่อนเสด็จออกจากรัสเซีย พระเจ้านิโคลันที่ 2 ได้ตรัสขอพระโอรสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวให้เสด็จมาศึกษาที่รัสเซีย โดยจะทรงต้อนรับและเลี้ยงดูประดุจพระโอรสของพระองค์ทีเดียว

ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1898 (พ.ศ. 2441) รัชกาลที่ 5 ทรงตัดสินพระทัยส่งพระโอรสองค์โปรด “ทูลกระหม่อมเล็ก” สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนารถ ซึ่งเป็นพระโอรสองค์ที่ 40 และโอรสองค์ที่ 4 ในสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ ให้ไปศึกษาในโรงเรียนมหาดเล็กหลวงด้านการทหาร ปัจจุบันเป็นวิทยาลัยทางทหาร Suvorov ที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย (สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ www.encspb.ru/en/adraticle.php?od=2803913943&adr=26) พร้อมกับคัดเลือกนักเรียนดีเด่นเพื่อไปเป็นพระสหายของพระโอรสคือ นายพุ่ม
ส่วนความสัมพันธ์ทางการทูตเป็นอย่างทางการ ทางรัสเซียแต่งตั้งนายอเล็กซานเดอร์ โคลารอฟสกี้ มาดำรงตำแหน่งอุปทูตรัสเซียที่สยามเป็นคนแรกในปี ค.ศ. 1898 (พ.ศ. 2442) ได้แต่งตั้งพระยามหิบาลบริรักษ์ (สวัสดิ์ ภูมิรัตน์) เป็นอัครราชทูตคนแรก ณ กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารเลขที่ 6 ตึกบัญชาการทหารเรือ ริมฝั่งแม่น้ำเนวา
เมื่อปี ค.ศ. 1910 (พ.ศ. 2453) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต ทางรัสเซียได้ส่งผู้แทนพระองค์คือ แกรสด์ดยุกบอริส วลาดิมิโฮวิตซ์มาร่วมพิธีบรมราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวในปี ค.ศ. 1911 (พ.ศ. 2454) อีก 6 ปีต่อมา ในปี ค.ศ. 1917 (พ.ศ. 2460) รัสเซียเปลี่ยนแปลงการปกครองครั้งยิ่งใหญ่ จากระบอบพระเจ้าชาร์มาเป็นสังคมนิยม ทำให้ความสัมพันธ์ทางการทูตต้องหยุดลงชั่วคราว จากนั้นจึงมีการสืบสานสัมพันธ์กันอีกครั้งหนึ่งจนถึงปัจจุบัน นักท่องเที่ยวชาวรัสเซียเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นจากปี ค.ศ. 1996 (พ.ศ. 2539 ประมาณ 50,000 คน ปี ค.ศ. 2007 (พ.ศ. 2550) ประมาณ 100,000 คน เนื่องจากประทับใจในวัฒนธรรม ประเพณี อาหารโรงแรม ห้างสรรพสินค้า และสถานที่ท่องเที่ยว โดยเฉพาะแสงแดดการอาบแดดตามชายหาดเป็นสิ่งที่โปรดปรานของคนรัสเซีย เนื่องจากประเทศรัสเซียมีอากาศหนาวเย็นตลอดปี การเดินทางมาประเทศไทยโดยเครื่องบินใช้เวลาประมาณ 9 ชั่วโมงเท่านั้น ค่าใช้จ่ายก็ไม่แพงมากนัก บางคนเดินทางมาประเทศไทยมากกว่า 5 ครั้ง เพื่อมาพักผ่อนและฉลองคริสต์มาส ฉลองปีใหม่ที่กรุงเทพฯ พัทยา เกาะภูเก็ต เกาะช้าง และเกาะสมุย โดยเฉพาะประธานาธิบดีปูตินเองท่านก็ชอบเกาะภูเก็ตมากได้ใช้เวลาว่างมาพักผ่อนส่วนตัวที่ภูเก็ตนานเป็นพิเศษ

ในปี ค.ศ. 2007 เป็นปีแห่งความสัมพันธ์ไทยกับรัสเซีย 110 ปี รัฐบาลรัสเซียได้ยกห้องส่วนปีกซ้ายของพระราชวังฤดูร้อนปีเตอร์ฮอฟจำนวน 2 ห้อง สำหรับแสดงนิทรรศการเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ แสดงประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์จักรีและราชวงศ์โรมานอฟ

ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์แอฟริกา
ทัวร์ญี่ปุ่นพรีเมี่ยม
ทัวร์ยุโรปพรีเมี่ยม
ทัวร์ตะวันออกกลาง
ทัวร์จีน
ทัวร์อเมริกา
ทัวร์รัสเซีย
ทัวร์เอเชีย
ทัวร์โอเชียเนีย
ทัวร์เรือสำราญ



















ทัวร์เอเชีย
ทัวร์ญี่ปุ่น
ทัวร์จีน
ทัวร์เกาหลี
ทัวร์ฮ่องกง
ทัวร์มาเก๊า
ทัวร์ไต้หวัน
ทัวร์พม่า
ทัวร์เวียดนาม
ทัวร์ลาว
ทัวร์สิงคโปร์
ทัวร์มาเลเซีย
ทัวร์บรูไน
ทัวร์เขมร
ทัวร์ฟิลิปปินส์
ทัวร์บาหลี
ทัวร์อินเดีย
ทัวร์เนปาล
ทัวร์ศรีลังกา
ทัวร์ภูฏาน
ทัวร์ทิเบต
ทัวร์ปากีสถาน
ทัวร์ยุโรป
ทัวร์สแกนดิเนเวีย
ทัวร์โครเอเชีย
ทัวร์เนเธอร์แลนด์
ทัวร์อังกฤษ
ทัวร์สวิตเซอร์แลนด์
ทัวร์อเมริกา
ทัวร์แคนาดา
ทัวร์เม็กซิโก
ทัวร์บราซิล
ทัวร์โอเชียเนีย
ทัวร์ออสเตรเลีย
ทัวร์นิวซีแลนด์
ทัวร์แอฟริกา
ทัวร์เคนย่า
ทัวร์ตะวันออกกลาง
ทัวร์ตุรกี
ทัวร์ดูไบ
ทัวร์จอร์แดน
ทัวร์อียิปต์
ทัวร์โมรอคโค
ทัวร์ตะวันออกกลางอื่นๆ
ทัวร์รัสเซีย
ทัวร์จอร์เจีย
ทัวร์อุซเบกิสถาน
โปรแกรมที่ร่วมรายการบัตรเครดิต

